กระเบื้องลวดลายญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม Kicotto และ Inishie
ขอเชิญสำรวจคอลเลกชัน Kicotto และ Inishie สองคอลเลกชันกระเบื้องที่มาพร้อมกระเบื้องลวดลายพิเศษ (accent tiles) ได้แรงบันดาลใจจากลวดลายแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น เหมาะสำหรับงานตกแต่งภายในสไตล์โมเดิร์นที่ต้องการกลิ่นอายญี่ปุ่นอย่างแท้จริง คอลเลกชันเหล่านี้ผสานการออกแบบและงานฝีมืออย่างลงตัว บทความนี้ยังพาคุณไปชมกระบวนการผลิตกระเบื้องที่พิถีพิถันพร้อมเจาะลึกเทคนิคการพิมพ์ลวดลายด้วยแผ่นทองแดง (copper plate transfer printing) ที่ใช้สร้างลวดลายซับซ้อนและละเอียดอ่อน
Table of Contents
■ Kicotto
Kicotto คอลเลกชันกระเบื้องสไตล์ญี่ปุ่นในแคตตาล็อกหลักของเรา ผลิตด้วยเทคนิคการพิมพ์ลวดลายด้วยแผ่นทองแดง (copper plate printing)
กระเบื้องแต่ละชิ้นถูกผลิตตามกรรมวิธีดั้งเดิม โดยวางแผ่นกระเบื้องซ้อนในเตาเผาและเผาด้วยการลดออกซิเจนในเตาลง (reducing atmosphere) ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสีอย่างละเอียดที่สะท้อนเอกลักษณ์งานฝีมือของกระเบื้องที่ขึ้นรูปด้วยกรรมวิธีนี้โดยเฉพาะ ทำให้แต่ละชิ้นมีพื้นผิวสัมผัสเฉพาะตัว มอบประสบการณ์สัมผัสอบอุ่นและมีมิติ เหมาะสำหรับงานเซรามิกแฮนด์เมด
คอลเลกชันนี้ประกอบด้วย กระเบื้องหกเหลี่ยม ขนาด 60 × 69 มม. รวมทั้งหมด 9 ลาย ได้แก่ กระเบื้องเรียบไม่เคลือบผิว 2 แบบ, กระเบื้องเคลือบสีขาว 1 แบบ, กระเบื้องแต่งลายไม่เคลือบผิวที่มีลวดลายดอกไม้และลวดลายญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม 6 แบบ
ด้วยเสน่ห์เรียบง่ายแต่แฝงความมีเอกลักษณ์ Kicotto จึงเข้ากับพื้นที่ทุกสไตล์ ตั้งแต่ญี่ปุ่นดั้งเดิม โมเดิร์น ไปจนถึงสไตล์รัสติก
■ Inishie
คอลเลกชันกระเบื้องสไตล์ญี่ปุ่นในแคตตาล็อกของเรา ผสานลวดลายแบบดั้งเดิม เข้ากับความเรียบหรูแบบร่วมสมัย คอลเลกชันนี้มีทั้งหมด 21 ลาย ได้แก่ สีพื้น 5 แบบ, ลายดอกไม้ 8 แบบ, ลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสมัยเอโดะ (1603–1868) หรือชื่อเรียกของเมืองโตเกียวในอดีต อีก 8 แบบ
Inishie มีให้เลือก 2 รูปแบบ กระเบื้องสี่เหลี่ยมขนาด 97 × 97 มม. และกระเบื้องหกเหลี่ยมขนาด 170 × 148 มม. ประยุกต์ใช้กับพื้นที่และงานออกแบบได้หลากหลาย
กระเบื้องทุกชิ้นผลิตด้วยความประณีต มีพื้นผิวเรียบเนียนพร้อมกับมิติของสีและความชัดเจนของลวดลาย ด้วยความหลากหลายของดีไซน์ Inishie นำไปผสมผสานกับงานออกแบบต่างๆได้อย่างไม่จำกัด เหมาะสำหรับการสร้างพื้นที่ที่กลมกลืน มีเอกลักษณ์ และปรับแต่งได้ตามต้องการ ตั้งแต่การใช้เพื่อเป็นจุดดึงดูดสายตาเล็กๆ ไปจนถึงงานตกแต่งขนาดใหญ่
■ เทคนิคการพิมพ์ลายด้วยแผ่นทองแดง
เทคนิคการพิมพ์ลายด้วยแผ่นทองแดงเป็นวิธีการผลิตเชิงอุตสาหกรรมที่พัฒนาขึ้นเต็มรูปแบบในญี่ปุ่นช่วงสมัยเมจิ (1868–1912) ผสานความประณีตแบบงานฝีมือเข้ากับการผลิตที่มีประสิทธิภาพ เทคนิคนี้สร้างแนวทางใหม่ในการตกแต่งเซรามิกที่ยังคงใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน
กระบวนการพิมพ์ลายด้วยแผ่นทองแดง
| 1. | แกะสลักต้นแบบบนแผ่นทองแดง ลวดลายจะถูกแกะสลักลงบนแผ่นทองแดง เพื่อสร้างแม่แบบต้นฉบับ |
![]() |
| 2. | พิมพ์ลงบนกระดาษญี่ปุ่น (Washi) ทาสีลงบนแผ่นทองแดง จากนั้นวางกระดาษญี่ปุ่นทับและกดเพื่อพิมพ์ลวดลายลงบนกระดาษ |
|
| 3. | พิมพ์ลวดลายลงบนกระเบื้อง นำด้านที่พิมพ์แล้วของกระดาษวางบนกระเบื้องที่ผ่านการเผาครั้งแรก (Bisque-fired) ใช้แปรงชุบน้ำค่อย ๆ ถ่ายลวดลายลงบนพื้นผิวของกระเบื้อง |
แม้กระบวนการจะดูซับซ้อน แต่เมื่อสร้างแผ่นแม่แบบแล้ว ลวดลายสามารถทำซ้ำได้อย่างสม่ำเสมอและมีประสิทธิภาพ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เทคนิคนี้ได้รับการสืบทอดในอุตสาหกรรมเซรามิกตั้งแต่สมัยเมจิจนถึงปัจจุบัน
เทคนิคการพิมพ์ลายด้วยแผ่นทองแดงช่วยสร้างเฉดสีและรายละเอียดคล้ายลวดลายที่วาดด้วยมือ สามารถนำไปใช้ได้ทั้งบนพื้นผิวเรียบ ขอบ มุมโค้ง หรือรูปทรงสามมิติ ความแตกต่างเล็กน้อยของหมึกทำให้ลวดลายมีความอบอุ่นตามธรรมชาติและมีชีวิตชีวา ให้ความรู้สึกคลาสสิกแบบงานฝีมือ
เนื่องจากลวดลายถูกถ่ายลงบนกระเบื้องก่อนการเผาครั้งสุดท้าย การตกแต่งด้วยเทคนิคนี้จึงมีความทนทานสูง และยังรองรับกับงานพื้นที่สัญจรทางเท้าที่ไม่หนักมาก
■ สรุป
คอลเลกชัน Kicotto และ Inishie นำลวดลายญี่ปุ่นดั้งเดิมและงานฝีมือชั้นเยี่ยมมาสู่การตกแต่งภายในสมัยใหม่ผ่านเทคนิคการพิมพ์ด้วยแผ่นทองแดง ทำให้แต่ละชิ้นมีความละเอียดอ่อน การไล่เฉดสีอย่างเป็นธรรมชาติ และความทนทานยาวนาน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสร้างสรรค์พื้นที่ที่มีเอกลักษณ์แต่กลมกลืน Kicotto และ Inishie จึงเป็นตัวเลือกที่ลงตัวในการนำกลิ่นอายญี่ปุ่นมาสู่โปรเจกต์สถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในสมัยใหม่


