2025.07.15

เกี่ยวกับพื้นผิวกระเบื้อง

ในบทความก่อนหน้านี้ เราได้แนะนำไปแล้วว่า กระเบื้องสามารถมีรูปลักษณ์แตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่ากระเบื้องเคลือบหรือไม่เคลือบเงา รวมถึงวิธีการผลิตและกระบวนการเผา ในบทความนี้ เราจะมาทำความเข้าใจพื้นผิวของกระเบื้องให้ละเอียดขึ้น

พื้นผิวกระเบื้องมีบทบาทสำคัญทั้งในด้าน รูปลักษณ์ และ สมรรถนะการใช้งาน วิธีการขึ้นรูปที่แตกต่างกัน—ไม่ว่าจะเป็นการอัดแห้ง (dry pressing) หรือการขึ้นรูปดินเปียก (wet extrusion)—ต่างให้ข้อดีเฉพาะตัว และทำให้เกิดพื้นผิวที่หลากหลายและการตกแต่งที่แม่นยำ เราจะบอกเล่าคุณสมบัติหลักและตัวเลือกพื้นผิวที่สามารถทำได้ในแต่ละเทคนิค

■ กระเบื้องอัดแห้ง

การอัดแห้งเป็นวิธีการขึ้นรูปที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดในอุตสาหกรรมกระเบื้องทั่วโลก กระบวนการนี้ทำโดยการอัดดินเหนียวที่มีความชื้นต่ำภายใต้แรงกดสูงผ่านแม่พิมพ์ที่แม่นยำ เหมาะสำหรับการผลิตจำนวนมาก
กระบวนการนี้เป็นวิธีการผลิตที่มีความรวดเร็ว ความสม่ำเสมอ และเหมาะกับกระเบื้องขนาดใหญ่ซึ่งนิยมใช้ปูทั้งบนพื้นและผนังสมัยใหม่
นอกจากนี้ยังเป็นเทคนิคหลักในการผลิตกระเบื้องพอร์ซเลนที่ได้รับความนิยมทั่วโลก เนื่องจากมีคุณสมบัติแข็งแรง ดูดซึมน้ำน้อย และรูปลักษณ์เรียบร้อยสะอาดตา เมื่อใช้แม่พิมพ์โลหะร่วมกับการอัดแห้งยังสามารถสร้างพื้นผิวสไตล์นูนต่ำที่ละเอียดซึ่งมาพร้อมความแม่นยำสูงด้านมิติ
แม้ว่าวิธีนี้จะมีประสิทธิภาพสูงสำหรับกระเบื้องเรียบหรือพื้นผิวมีลวดลายปานกลาง แต่จะไม่เหมาะกับกระเบื้องหนาหรือกระเบื้องที่มีดีไซน์ร่องสลักลึกและมีมิติสูง ด้านล่างเป็นตัวอย่างกระเบื้องพื้นผิวนูนต่ำที่ทำด้วยเทคนิคนี้
Vacuum extrusion machine

■ กระเบื้องขึ้นรูปดินเปียก

การขึ้นรูปด้วยดินเปียกเป็นเทคนิคที่มีรากฐานหยั่งลึกในงานผลิตกระเบื้องแบบญี่ปุ่น โดยเฉพาะในงานดั้งเดิมและงานหัตถกรรม
การใช้ดินเหนียวที่มีความชื้นสูงช่วยให้ขึ้นรูปได้ยืดหยุ่นกว่า ทำให้เหมาะสำหรับการสร้างรูปทรงซับซ้อน รายละเอียดสูง และพื้นผิวที่มีเนื้อสัมผัสลึก เมื่อกระเบื้องถูกอัดด้วยเครื่องอัดสุญญากาศจะได้งานกระเบื้องชิ้นหนาที่มีหน้าตัดสม่ำเสมอ หลังจากขึ้นรูปแล้ว สามารถใช้เทคนิคการตกแต่งหลายรูปแบบเพื่อสร้างรูปทรงและลักษณะอันหลากหลาย ตั้งแต่พื้นผิวนูนเด่นชัดไปจนถึงพื้นผิวละเอียดอ่อนและประณีต เทคนิคนี้มีรากฐานอยู่ในแทบทาจิมิ (Tajimi) และยังคงเป็นตัวกำหนดเอกลักษณ์ด้านสัมผัสและความงามของเซรามิกญี่ปุ่น
Vacuum extrusion machine

1. พื้นผิวเรียบ (Flat surface)
เกิดจากวัตถุดิบที่มีปริมาณวัสดุรวมต่ำ เช่น ชามอตต์ (chamotte)
2. พื้นผิวหยาบ (Rough surface)
เกิดจากการที่ชั้นผิวของวัตถุดิบถูกลอกออกระหว่างการอัดขึ้นรูป ขึ้นอยู่กับขนาดของเม็ดชามอตต์ พื้นผิวอาจมีลักษณะหยาบหรือเป็นรอยขีด
3. พื้นผิวลายลูกกลิ้ง (Rolled surface)
เป็นลวดลายที่ทำขึ้นโดยใช้ลูกกลิ้งกดลายลงบนกระเบื้องระหว่างการอัดขึ้นรูป เช่น ลายหินหรือลอนคลื่น
4. พื้นผิวรอยขีด (Scratch surface)
เกิดจากการใช้เครื่องมือคล้ายตะปูติดตั้งบนแม่พิมพ์ของเครื่องอัดเพื่อขีดรอยบนพื้นผิวขณะขึ้นรูป
5. พื้นผิวลายแปรง (Brushed surface)
เป็นลวดลายแบบสุ่มซึ่งถูกวาดด้วยมือบนพื้นผิวดินดิบ
6. พื้นผิวทำมือ (Crafted surface)
เกิดจากการปาดชั้นดินเหนียวเพิ่มเติมลงบนผิวกระเบื้องดิบเพื่อให้ได้พื้นผิวธรรมชาติและมีเนื้อสัมผัสเฉพาะตัว
7. พื้นผิวพ่นทราย (Blasted surface)
เกิดจากพื้นผิวที่ถูกทำให้หยาบด้วยการพ่นเหล็ก, ทราย หรือวัสดุขัดอื่นๆ หลังจากการเผา
8. พื้นผิวลายผ้า (Fabric-like surface)
สร้างลวดลายโดยกดผ้าใยกัญชงลงบนผิวกระเบื้องดิบ ทำให้เกิดพื้นผิวลายเฉพาะตัว
9. พื้นผิวแตกหยาบ (Chipped surface)
พื้นผิวฐานกระเบื้องดิบที่แห้งแล้วถูกสกัดหยาบด้วยสิ่วหรือเครื่องมือคล้ายๆกัน เพื่อสร้างเนื้อสัมผัส
10. พื้นผิวแตกธรรมชาติ (Split-face surface)
เกิดจากการแยกวัตถุดิบที่แห้งแล้วออกเป็นสองชิ้น แล้วเผาเพื่อรักษาพื้นผิวแตกตามธรรมชาติ

พื้นผิวพิเศษของกระเบื้องขึ้นรูปดินเปียก

เป็นการสร้างพื้นผิวกระเบื้องที่มีลวดลายเด่นและความลึกชัดเจนโดยการปรับรูปทรงของแม่พิมพ์ พื้นผิวสามมิติเหล่านี้ช่วยเพิ่มความน่าสนใจและเอกลักษณ์ให้กับกระเบื้อง เมื่อรวมกับการตกแต่งเพิ่มเติมหลังการขึ้นรูปทำให้สามารถออกแบบได้หลากหลายและไร้ขีดจำกัด

■ สรุป

ศิลปะการทำกระเบื้องสรรค์สร้างการออกแบบที่ไม่รู้จบผ่านการผสมผสาน วิธีการขึ้นรูป เทคนิคการเคลือบผิว การตกแต่งพื้นผิว และกระบวนการเผา แต่ละขั้นตอนล้วนมีส่วนช่วยสร้างมิติและเอกลักษณ์ให้กับตัวกระเบื้อง
เรายังคงค้นหาเทคนิคเหล่านี้ต่อไป และตั้งตารอที่จะแบ่งปันความงดงามและความหลากหลายของกระเบื้องญี่ปุ่นให้ผู้ชมทั่วโลกได้สัมผัส

หมายเหตุ : บทความนี้ผ่านการตรวจทานด้วย ChatGPT แล้ว