เกี่ยวกับพื้นผิวกระเบื้อง
ในบทความก่อนหน้านี้ เราได้แนะนำไปแล้วว่า กระเบื้องสามารถมีรูปลักษณ์แตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่ากระเบื้องเคลือบหรือไม่เคลือบเงา รวมถึงวิธีการผลิตและกระบวนการเผา ในบทความนี้ เราจะมาทำความเข้าใจพื้นผิวของกระเบื้องให้ละเอียดขึ้น
พื้นผิวกระเบื้องมีบทบาทสำคัญทั้งในด้าน รูปลักษณ์ และ สมรรถนะการใช้งาน วิธีการขึ้นรูปที่แตกต่างกัน—ไม่ว่าจะเป็นการอัดแห้ง (dry pressing) หรือการขึ้นรูปดินเปียก (wet extrusion)—ต่างให้ข้อดีเฉพาะตัว และทำให้เกิดพื้นผิวที่หลากหลายและการตกแต่งที่แม่นยำ เราจะบอกเล่าคุณสมบัติหลักและตัวเลือกพื้นผิวที่สามารถทำได้ในแต่ละเทคนิค
■ กระเบื้องอัดแห้ง
| การอัดแห้งเป็นวิธีการขึ้นรูปที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดในอุตสาหกรรมกระเบื้องทั่วโลก กระบวนการนี้ทำโดยการอัดดินเหนียวที่มีความชื้นต่ำภายใต้แรงกดสูงผ่านแม่พิมพ์ที่แม่นยำ เหมาะสำหรับการผลิตจำนวนมาก กระบวนการนี้เป็นวิธีการผลิตที่มีความรวดเร็ว ความสม่ำเสมอ และเหมาะกับกระเบื้องขนาดใหญ่ซึ่งนิยมใช้ปูทั้งบนพื้นและผนังสมัยใหม่ นอกจากนี้ยังเป็นเทคนิคหลักในการผลิตกระเบื้องพอร์ซเลนที่ได้รับความนิยมทั่วโลก เนื่องจากมีคุณสมบัติแข็งแรง ดูดซึมน้ำน้อย และรูปลักษณ์เรียบร้อยสะอาดตา เมื่อใช้แม่พิมพ์โลหะร่วมกับการอัดแห้งยังสามารถสร้างพื้นผิวสไตล์นูนต่ำที่ละเอียดซึ่งมาพร้อมความแม่นยำสูงด้านมิติ แม้ว่าวิธีนี้จะมีประสิทธิภาพสูงสำหรับกระเบื้องเรียบหรือพื้นผิวมีลวดลายปานกลาง แต่จะไม่เหมาะกับกระเบื้องหนาหรือกระเบื้องที่มีดีไซน์ร่องสลักลึกและมีมิติสูง ด้านล่างเป็นตัวอย่างกระเบื้องพื้นผิวนูนต่ำที่ทำด้วยเทคนิคนี้ |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
■ กระเบื้องขึ้นรูปดินเปียก
| การขึ้นรูปด้วยดินเปียกเป็นเทคนิคที่มีรากฐานหยั่งลึกในงานผลิตกระเบื้องแบบญี่ปุ่น โดยเฉพาะในงานดั้งเดิมและงานหัตถกรรม การใช้ดินเหนียวที่มีความชื้นสูงช่วยให้ขึ้นรูปได้ยืดหยุ่นกว่า ทำให้เหมาะสำหรับการสร้างรูปทรงซับซ้อน รายละเอียดสูง และพื้นผิวที่มีเนื้อสัมผัสลึก เมื่อกระเบื้องถูกอัดด้วยเครื่องอัดสุญญากาศจะได้งานกระเบื้องชิ้นหนาที่มีหน้าตัดสม่ำเสมอ หลังจากขึ้นรูปแล้ว สามารถใช้เทคนิคการตกแต่งหลายรูปแบบเพื่อสร้างรูปทรงและลักษณะอันหลากหลาย ตั้งแต่พื้นผิวนูนเด่นชัดไปจนถึงพื้นผิวละเอียดอ่อนและประณีต เทคนิคนี้มีรากฐานอยู่ในแทบทาจิมิ (Tajimi) และยังคงเป็นตัวกำหนดเอกลักษณ์ด้านสัมผัสและความงามของเซรามิกญี่ปุ่น |
![]() |
![]() |
1. พื้นผิวเรียบ (Flat surface) เกิดจากวัตถุดิบที่มีปริมาณวัสดุรวมต่ำ เช่น ชามอตต์ (chamotte) |
|
![]() |
2. พื้นผิวหยาบ (Rough surface) เกิดจากการที่ชั้นผิวของวัตถุดิบถูกลอกออกระหว่างการอัดขึ้นรูป ขึ้นอยู่กับขนาดของเม็ดชามอตต์ พื้นผิวอาจมีลักษณะหยาบหรือเป็นรอยขีด |
|
![]() |
3. พื้นผิวลายลูกกลิ้ง (Rolled surface) เป็นลวดลายที่ทำขึ้นโดยใช้ลูกกลิ้งกดลายลงบนกระเบื้องระหว่างการอัดขึ้นรูป เช่น ลายหินหรือลอนคลื่น |
|
![]() |
4. พื้นผิวรอยขีด (Scratch surface) เกิดจากการใช้เครื่องมือคล้ายตะปูติดตั้งบนแม่พิมพ์ของเครื่องอัดเพื่อขีดรอยบนพื้นผิวขณะขึ้นรูป |
|
![]() |
5. พื้นผิวลายแปรง (Brushed surface) เป็นลวดลายแบบสุ่มซึ่งถูกวาดด้วยมือบนพื้นผิวดินดิบ |
|
![]() |
6. พื้นผิวทำมือ (Crafted surface) เกิดจากการปาดชั้นดินเหนียวเพิ่มเติมลงบนผิวกระเบื้องดิบเพื่อให้ได้พื้นผิวธรรมชาติและมีเนื้อสัมผัสเฉพาะตัว |
|
![]() |
7. พื้นผิวพ่นทราย (Blasted surface) เกิดจากพื้นผิวที่ถูกทำให้หยาบด้วยการพ่นเหล็ก, ทราย หรือวัสดุขัดอื่นๆ หลังจากการเผา |
|
![]() |
8. พื้นผิวลายผ้า (Fabric-like surface) สร้างลวดลายโดยกดผ้าใยกัญชงลงบนผิวกระเบื้องดิบ ทำให้เกิดพื้นผิวลายเฉพาะตัว |
|
![]() |
9. พื้นผิวแตกหยาบ (Chipped surface) พื้นผิวฐานกระเบื้องดิบที่แห้งแล้วถูกสกัดหยาบด้วยสิ่วหรือเครื่องมือคล้ายๆกัน เพื่อสร้างเนื้อสัมผัส |
|
![]() |
10. พื้นผิวแตกธรรมชาติ (Split-face surface) เกิดจากการแยกวัตถุดิบที่แห้งแล้วออกเป็นสองชิ้น แล้วเผาเพื่อรักษาพื้นผิวแตกตามธรรมชาติ |
|
พื้นผิวพิเศษของกระเบื้องขึ้นรูปดินเปียก
เป็นการสร้างพื้นผิวกระเบื้องที่มีลวดลายเด่นและความลึกชัดเจนโดยการปรับรูปทรงของแม่พิมพ์ พื้นผิวสามมิติเหล่านี้ช่วยเพิ่มความน่าสนใจและเอกลักษณ์ให้กับกระเบื้อง เมื่อรวมกับการตกแต่งเพิ่มเติมหลังการขึ้นรูปทำให้สามารถออกแบบได้หลากหลายและไร้ขีดจำกัด
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
■ สรุป
ศิลปะการทำกระเบื้องสรรค์สร้างการออกแบบที่ไม่รู้จบผ่านการผสมผสาน วิธีการขึ้นรูป เทคนิคการเคลือบผิว การตกแต่งพื้นผิว และกระบวนการเผา แต่ละขั้นตอนล้วนมีส่วนช่วยสร้างมิติและเอกลักษณ์ให้กับตัวกระเบื้อง
เรายังคงค้นหาเทคนิคเหล่านี้ต่อไป และตั้งตารอที่จะแบ่งปันความงดงามและความหลากหลายของกระเบื้องญี่ปุ่นให้ผู้ชมทั่วโลกได้สัมผัส































